ขอขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือระหว่างวารสารสื่อชุมชน และวิชาการดอทคอม www.pttplc.com 


             ปัญหาขยะ ของเสีย กับความเจริญนั้นมักมาคู่กัน และเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยมีใครอยากยุ่งนัก เพราะเป็นของสกปรกส่งกลิ่นเหม็น ไม่ใช่ของสวยงามที่น่าอภิรมย์ แต่เราก็ไม่อยากอาศัยอยู่ท่ามกลางกองขยะ ซึ่งหากไม่มีการจัดการที่ดีจะเป็นแหล่งเพาะแมลงวันและจะก่อให้เกิดเชื้อโรคต่างๆ ตามมา ดังนั้น การจัดการขยะให้ได้ผลจึงไม่ได้อยู่ที่กำลังคนจาหน่วยงานที่รับผิดชอบเพียงฝ่ายเดียว หากต้องเป็นการประสานความร่วมมือของทุกคนในชุมชน เพราะขยะนั้นหากแม้เพียงคนเดียวทิ้งอย่างปล่อยปละละเลยก็ส่งกลิ่นเหม็นกันทั่วหมู่บ้านได้เลยทีเดียว เข้าทำนองปลาเน่าตัวเดียวเหม็นไปทั้งคอก

1

             พื้นที่ อบต. หนองสาหร่าย จังหวัดนครราชสีมา มีแนวคิดให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการจัดการขยะอย่างยั่งยืนเพื่อสุขภาวะและอนามัยที่ดี และยังเป็นการร่วมกันพัฒนาชุมชนและท้องถิ่นของตนเองอีกด้วย โดยส่งเสริมให้เห็นคุณค่าของขยะที่สามารถรีไซเคิลได้โดยเฉพาะพลาสติก และสนับสนุนความรู้ให้ประชาชนรู้จักคัดแยกขยะให้เป็น

16             โครงการพร้อมวัตถุประสงค์ที่ดีนี้ ยังขาดผู้สนับสนุนที่จะให้โครงการในฝันนั้นเป็นความจริงขึ้นมา ปตท. โดยส่วนปฏิบัติการมวลชนสัมพันธ์ โครงการท่อส่งก๊าซธรรมชาติจึงได้ร่วมมือกับชุมชนก่อตั้ง “โครงการขยะแลกไข่ในโรงเรียนและชุมชน” บนพื้นที่ อบต. หนองสาหร่าย โดยร่วมจัดเตรียมโครงการและจัดซื้อพันธุ์ไก่ไข่พร้อมทั้งอุปกรณ์อื่นๆ เพื่อให้โครงการขยะแลกไข่ในโรงเรียนและชุมชนเกิดขึ้นได้สำเร็จ

             เมื่อดำเนินโครงการแล้ว ขยะก็หลั่งไหลมาจากทั่วทุกสารทิศ พื้นที่โดยรอบ อบต. นั้นสะอาดขึ้นโดยแทบไม่ต้องลงแรงงานคนให้เหนื่อยยาก โดยมีเกณฑ์การรับขยะง่ายๆ คือ “ขวดพลาสติก 1 กิโลกรัม แลกไข่ 3 ฟอง, ขวดแก้ว 2 กิโลกรัม แลกไข่ 1 ฟอง, และกระดาษ 1 กิโลกรัม แลกไข่ 1ฟอง” หลังจากได้เงินมาแล้วจะนำมาซื้ออาหารเพาะเลี้ยงขยายจำนวนไข่ไก่ต่อไปเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง โครงการนี้ได้รับความนิยมจากชุมชนมาก จนในบางครั้งก็เกิดภาวะขยะหมดแต่ไข่ยังมีเหลือ นำความปลื้มใจมาสู่คนในชุมชนยิ่งนัก เพราะนั่นหมายถึงสภาพแวดล้อมของคนในชุมชนที่ดีขึ้น โครงการขยะแลกไข่เป็นโครงการนำร่องที่ช่วยเรื่องการลดปัญหาขยะ แบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของชุมชน ซึ่งขยะเหล่านี้สามารถนำไปรีไซเคิลสร้างมูลค่าเพิ่มได้

2

             โครงการนี้ไม่เพียงทำให้ชุมชนตระหนักการรักษาสภาพแวดล้อมและช่วยบรรเทาความเดือดร้อนในเรื่องอาหารแต่ยังช่วยลดปัญหามลพิษและขยะที่มีอยู่มากมายอีกด้วยต่อจากโครงการฯ จะเพิ่มการรณรงค์รับขยะไปสู่ชุมชนข้างเคียงเพื่อให้มีจำนวนขยะมาแลกเพิ่มมากขึ้น และจะมีการแยกไก่ให้กับสมาชิกในกลุ่มได้นำไปเลี้ยงเพื่อประสิทธิผลที่เพิ่มขึ้นต่อไป ซึ่งโครงการดีๆ เช่นนี้ ปตท. พร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ตลอดมา

             เพราะเราเชื่อว่า...ความสุขแม้เกิดจากสิ่งเล็กน้อยจะงอกงามยิ่งใหญ่ในใจคนเสมอ

ขอขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือระหว่างวารสารสื่อชุมชน และวิชาการดอทคอม www.pttplc.com 


              วงการสถาปัตยกรรมทั่วโลกต่างให้การยอมรับ LEED (Leadership in Energy and Environmental Design) ว่าคือเกณฑ์ที่ใช้ประเมินความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของอาคารกว่า  25,000 แหล่งในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก ซึ่งอาคาร Energy Complex ของ ปตท. ก็ได้รับมาตรฐาน LEED ในระดับแพลทินัมเช่นกัน นอกจากนี้ยังมี Green Globe ของแคนาดา Green Star ของออสเตรเลีย Green Mark ของ สิงค์โปร์

green-building

              ประเทศไทยเองก็มี “TREES (Thai’s Rating of Energy and Environmental Sustainability) เกณฑ์การประเมนความยั่งยืนทางพลังงานและสิ่งแวดล้อมไทย” โดยสถาบันอาคารเขียวไทย จากความร่วมมือของสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ และวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อกลางปี 2551 images (1)

              อาคารที่เหมาะสมจะเข้ารับการประเมินมาตรฐาน  TREES ต้องเป็นอาคารที่มีการออกแบบและสร้างใหม่ทั้งหมดหรือมีการปรับปรุงอาคารเก่าครั้งใหญ่คงเหลือไว้แต่โครงสร้าง จากนั้นจะมีการให้คะแนนเป็นเรื่องๆ เช่น การบริหารจัดการขยะ การใช้พลังงานทดแทน การประหยัดน้ำ เป็นต้น และแยกเป็นหมวดๆ เช่น วัสดุอุปกรณ์การก่อสร้าง พลังงานและบรรยากาศ เป็นต้น

              ล่าสุดมีโครงการที่เป็นธุรกิจขนาดใหญ่ยื่นเรื่องขอรับการประเมินมาตรฐาน TREES แล้ว เช่น ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด บริษัท ยูนิลีเวอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นต้น

              TREES จึงเป็นเครื่องมือใหม่เพื่อสิ่งปลูกสร้างสีเขียว—สำหรับคนไทย

 

            วิธีการรักษาคนไข้ที่แพทย์ใช้รักษานั้นมีหลากหลายวิธี  เริ่มจากการใช้สมุนไพร  ยารักษาโรค  การฉีดวัคซีนป้องกัน  หรือแม้กระทั่งใช้วิธี "การผ่าตัด"  หรือที่เรียกกันว่าการแพทย์ด้าน "ศัลยศาสตร์"   ซึ่งเป็นการแพทย์เฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องมือการผ่าตัดเข้าในร่างกายของผู้ป่วย  เพื่อค้นหาอาการหรือรักษาความผิดปกติของโรคหรืออาการบาดเจ็บ

L-0057

            การผ่าตัด  นับเป็นวิธีการที่แพทย์ใช้รักษาคนไข้ซึ่งมีวิวัฒนาการมายาวนาน   รู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้ว  มนุษย์รู้จักการผ่าตัดมานานกว่า 6500 ปีแล้ว  โดยมีการค้นพบหลักฐานการใช้เครื่องมือโบราณเพื่อเจาะกระโหลกศีรษะทั้งสองข้างให้เป็นรู  เรียกวิธีการนี้ว่า ทรีแพนนิ่ง (Trepanning)   ซึ่งเชื่อว่าสามารถรักษาโรคทางสมอง เช่น โรคลมชัก ปวดศีรษะ ไมเกรน  และโรคทางจิตเวชได้  โดยมีการขุดพบโครงกระดูกโบราณที่มีการเจาะกระโหลก ทั้งในยุโรป เอเชีย และชาวอินเดียนแดง

trepanation-horz Trepanning

            แต่สำหรับประเทศไทยนั้น  เริ่มมีการผ่าตัดทางการแพทย์เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยสมัยรัชกาลที่ 3  โดย หมอบรัดเลย์  แพทย์ชาวอเมริกัน  ซึ่งเรารู้จักกันกันดีในฐานะที่เป็นผู้เริ่มต้นการพิมพ์อักษรไทยในประเทศไทยเป็นครั้งแรก  ซึ่งนอกเหนือจากนี้แล้วหมอบรัดเลย์ยังเป็นผู้เริ่มต้นการผ่าตัดเป็นครั้งแรกขึ้นในประเทศไทยอีกด้วย 

            โดยเมื่อ วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2378  หมอบรัดเลย์ได้ทำการผ่าตัดเอาก้อนเนื้องอกที่หน้าผากของผู้ป่วยรายหนึ่งออก  และทีสำคัญคือในสมัยนั้นยังไม่มีการใช้ยาสลบ  ซึ่งเป็นการผ่าตัดก่อนหน้าที่จะมีการนำเอาอีเทอร์มาใช้เป็นยาสลบในประเทศไทยถึง 13 ปี 

01

แดน บีช แบรดลีย์

             แม้การผ่าตัดในครั้งนั้นจะประสบความสำเร็จและเป็นการผ่าตัดครั้งแรกในประเทศไทยก็จริง  แต่การผ่าตัดครั้งนั้นนับว่าไม่ได้เป็นที่รู้จักกันมากนัก  เพราการผ่าตัดครั้งสำคัญที่ทำให้คนไทยได้รู้จักกับการแพทย์แผนปัจจุบันนั่นก็คือ  อุบัติเหตุในงานเฉลิมฉลองวัดประยูรวงศ์ศาวาส   ซึ่งเป็นงานใหญ่จึงได้มีการยืมเอาปืนใหญ่มาใช้เพื่อจุดไฟพะเนียง  โดยการเอาโคนกระบอกฝังลงดิน ให้ปลายชี้ขึ้น และอัดดินปืนเข้าไปให้แน่น  เพื่อจะได้กลายเป็นไปพะเนียงที่ยิ่งใหญ่  แต่แล้วพอจุดไฟ ปืนใหญ่ก็แตกออก เพราะอัดดินปืนไว้แน่น สะเก็ดกระบอกปืนปลิวว่อน  ทำให้คนที่อยู่ใกล้ตายทันที 8 คน และมีผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

            หมอบรัดเลย์และคณะแพทย์มิชชันนารีจึงเดินทางมาเพื่อรักษาผู้บาดเจ็บ  ซึ่งในเหตุการณ์นั้นได้มีพระภิกษุรูปหนึ่งได้รับบาดแผลฉกรรจ์  หมอบรัดเลย์จึงคิดเห็นว่าต้องตัดแขนและขาทิ้ง  ซึ่งคนไทยในสมัยนั้นยังไม่มีความรู้ทางการแพทย์แผนปัจจุบัน  จึงมีความเชื่อว่าหากถูกตัดอวัยวะแขนและขาทิ้งจะทำให้เสียชีวิต

03

            แต่พระภิกษุรูปนั้นได้ตัดสินใจให้หมอบรัดเลย์ทำการผ่าตัดแขนของตนทิ้ง  ทั้งที่ยังไม่มีการใช้ยาสลบและยาชา  ซึ่งการผ่าตัดครั้งนี้ได้มีผู้คนมาดูเหตุการณ์ด้วยความตื่นเต้นตกใจเป็นจำนวนมาก  ทางด้านหมอบรัดเลย์และคณะมิชชันนารีจึงต้องใช้สมาธิเป็นอย่างมากในการผ่าตัด  เพราะหากทำการผ่าตัดแล้วพระภิกษุเกิดเสียชีวิต  ก็จะทำให้ชาวบ้านหมดศรัทธาและไม่เชื่อถือในการแพทย์แผนปัจจุบัน

            แต่แล้วการผ่าตัดนั้นก็สำเร็จไปได้ด้วยดี  พระภิกษุรูปนั้นมีชีวิตรอดแม้จะต้องเสียแขนข้างหนึ่งไป  ทำให้หมอบรัดเลย์และคณะมิชชันนารีได้รับความยกย่องและนับถือจากคนไทยเป็นจำนวนมาก

02

            แม้ปัจจุบันเทคโนโลยีจะวิวัฒนาการก้าวหน้าไปมาก  ทำให้การผ่าตัดในวงการแพทย์สามารถทำได้อย่างสะดวกและปลอดภัยต่อผู้ป่วยมากยิ่งขึ้น  แต่เรายังคงต้องขอบคุณหมอบรัดเลย์  แพทย์ชาวอเมริกันคนนี้ที่นำเทคโนโลยีการผ่าตัดเข้ามาใช้เป็นคนแรกของประเทศไทย  ทำให้คนไทยรู้จักการผ่าตัดและการแพทย์แผนปัจจุบันมากยิ่งขึ้นค่ะ

 

 

อ้างอิง - http://storyofsiam.blogspot.com/ - http://th.wikipedia.org/wiki/แดน_บีช_บรัดเลย์ - http://wowboom.blogspot.com/2010/08/trepanning-skull.html