ขอบคุณข้อมูลภายใต้ความร่วมมือของบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และ วิชาการ.คอม โดย วารสาร สานสุข http://www.pttplc.com/TH/Default.aspx 


92184275             การขับถ่ายซึ่งเป็นภารกิจการขับของเสียประจำวันของร่างกายเรานั้น อย่าคิดว่าไม่สำคัญ เพราะหากเราละเลยสุขอนามัยของการขับถ่ายของเสีย โดยเฉพาะการถ่ายหนักหรืออุจจาระนั้น อาจส่งผลไปถึงความเจ็บไข้ได้ป่วยอื่นๆ ของร่างกายได้

             สำคัญอย่างนี้ จึงมีเคล็ดลับมาบอก...              นั่นคือ คาถาง่ายๆ ที่อยากให้ท่องจำกันไว้              “ปวดอย่าอั้น นั่งท่ายองๆ มั่นใจเบ่ง”

             ศูนย์โรคระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลเวชธานี เผยแพร่ข้อมูลว่าเรื่องการขับถ่ายอาจดูเป็นเรื่องสามัญธรรมดา แต่สาธารณะควรรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องเพราะอาจกลายเป็นปัญหาสะสมสำหรับผู้ที่ไม่สามารถขับถ่ายได้ทุกวัน

             โดยมีการพบว่า กลุ่มคนทำงานในสำนักงาน หรือหนุ่ม – สาวออฟฟิศจะประสบปัญหานี้มากที่สุด เพราะต้องใช้ชีวิตเร่งรีบตลอดเวลา ตั้งแต่ตื่นนอน รับประทานอาหารกลางวัน จนกระทั่งเลิกงาน รวมทั้งต้องเคร่งเครียดกับการทำงานทำให้ขับถ่ายไม่เป็นเวลา แม้เวลาปวดก็จำเป็นต้องอั้นอยู่บ่อยๆ

             นอกจากความเครียดแล้ว พฤติกรรมการบริโภคที่ไม่เป็นเวลา ไม่ออกกำลังกายอีกทั้งยังมีสุขภาวะในการนอนที่ไม่ดี นอนน้อย หรือนอนดึก จะทำให้ระบบภายในเกี่ยวกับการย่อยและการไหลเวียนของเหลวปั่นป่วน ผลก็คือ ถ่ายไม่ออก ท้องผูก พุงป่อง ท้องแข็ง สภาวะของกรดในกระเพาะเพิ่มสูงขึ้น ทำให้รู้สึกไม่สบายตัว ไม่สบายท้องเป็นอย่างยิ่ง

pic เด็กเครียด

             ทางแก้ของอาการเหล่านี้ อยู่ที่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม โดยต้องจัดสรรเวลาให้กับการขับถ่าย และถ้าเป็นไปได้ ช่วงเวลาเช้ามืด ตี 5 ถึง 7 โมงเช้า จะเหมาะที่สุด เพราะอุจจาระจะไม่ค้างอยู่ในลำไส้นานเกินไป

             การปรับเวลาขับถ่ายนั้น ต้องค่อยเป็นค่อยไปอย่าใช้การเบ่ง เพราะอาจทำให้เกิดเป็นริดสีดวงขึ้นมาได้

             ที่สำคัญมากคือ อย่าอั้น หรือทำเมินเฉยกับสัญญาณเตือนของร่างกาย เพราะอาจทำให้เกิดอาการท้องผูก และอื่นๆ ที่ไม่ดีต่อสุขภาพก็เป็นได้

             ส่วนผู้ที่ต้องเข้าห้องน้ำวันละ 2 – 3 ครั้ง ก็ไม่ต้องตกใจว่าผิดปกติ เพราะพฤติกรรมและธรรมชาติการขับถ่ายของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

มีข้อแนะนำสำหรับผู้ที่กระเพาะและลำไส้ใหญ่ยังไม่ตื่น ลำไส้ยังไม่คุ้นที่จะระบายทุกข์ในตอนเช้าตรู่นั้นลองใช้เทคนิคเหล่านี้

139             1.  ‘นวดลำไส้’ วิธีนี้ต้องทำกันตั้งแต่ก่อนนอน ค่อยๆ นวดลำไส้ หรือช่วงท้องส่วนล่างด้านซ้าย ที่เมื่อคลำไปจะพบก้อนในลำไส้ ให้กดเบาๆ เป็นระยะๆ สัก 5 นาที แล้วเข้านอน และเมื่อตื่นให้ดื่มน้ำอุ่นสัก 1 – 2 แก้ว รอสักครู่ อาการปวดก็จะมาสะกิดเตือน หรือเพื่อความแน่นอน ตื่นมาแล้วควรนวดลำไส้อีกรอบ โดยให้นวดแบบเดิม แต่ดันลงไปข้างล่างก็จะช่วยๆได้ แต่หากทำแล้วยังไม่สำเร็จ ให้เดินไปๆ มาๆ สักพัก อย่าไปนั่งแช่รออยู่ในห้องน้ำนาน เพราะอาจทำให้เป็นริดสีดวงได้

             2.  ‘ขยับไส้’ วิธีการนี้ใช้ออกกำลังกายที่สามารถขยับไส้ขยับพุงช่วย จะใช้ซิทอัพ วิ่งเหยาะๆ หรือออกกายบริหารก็ได้

             3.  ‘นั่งยอง’ เป็นท่าที่ธรรมชาติของมนุษย์ออกแบบให้เป็นท่าสำหรับการขับถ่ายโดยเฉพาะ เพราะแรงกดจากหน้าขาของท่านั่งท่านี้ จะไปกดลำไส้ใหญ่พอดี จึงทำให้ถ่ายได้สะดวกขึ้น

             4.  ‘ล้างลำไส้’ โดยรับประทานอาหารที่มีกากใยอาหารหรือผัก ผลไม้ หลากหลายประเภทหมุนเวียนกันไป ผลไม้ที่เป็นตัวช่วยที่ดี มีทั้งส้มโอ มะขาม ลูกพรุน มะละกอ

             นอกจาก 4 ข้อที่ว่าแล้ว ควรออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 – 4 ครั้งๆ ละไม่ต่ำกว่า 10 – 15 นาที ก็จะช่วยได้อีกทางหนึ่ง

Exercise on meadow.

             สำหรับคนที่อึดอัดถ่ายไม่ออกเป็นเวลานานควรปรึกษาแพทย์ดีกว่าจะหันไปพึ่งยาถ่าย เพราะมีคำเตือนมาว่า อย่าใช้ยาถ่ายติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะอาจทำให้ร่างกายสูญเสียวิตามิน และร่างกายอาจเคยชินจนไม่สามารถขับถ่ายเองได้

             เรื่องขับถ่าย จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

Comment

Comment:

Tweet