วิธีการรักษาคนไข้ที่แพทย์ใช้รักษานั้นมีหลากหลายวิธี  เริ่มจากการใช้สมุนไพร  ยารักษาโรค  การฉีดวัคซีนป้องกัน  หรือแม้กระทั่งใช้วิธี "การผ่าตัด"  หรือที่เรียกกันว่าการแพทย์ด้าน "ศัลยศาสตร์"   ซึ่งเป็นการแพทย์เฉพาะทางที่เกี่ยวข้องกับการใช้เครื่องมือการผ่าตัดเข้าในร่างกายของผู้ป่วย  เพื่อค้นหาอาการหรือรักษาความผิดปกติของโรคหรืออาการบาดเจ็บ

L-0057

            การผ่าตัด  นับเป็นวิธีการที่แพทย์ใช้รักษาคนไข้ซึ่งมีวิวัฒนาการมายาวนาน   รู้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้ว  มนุษย์รู้จักการผ่าตัดมานานกว่า 6500 ปีแล้ว  โดยมีการค้นพบหลักฐานการใช้เครื่องมือโบราณเพื่อเจาะกระโหลกศีรษะทั้งสองข้างให้เป็นรู  เรียกวิธีการนี้ว่า ทรีแพนนิ่ง (Trepanning)   ซึ่งเชื่อว่าสามารถรักษาโรคทางสมอง เช่น โรคลมชัก ปวดศีรษะ ไมเกรน  และโรคทางจิตเวชได้  โดยมีการขุดพบโครงกระดูกโบราณที่มีการเจาะกระโหลก ทั้งในยุโรป เอเชีย และชาวอินเดียนแดง

trepanation-horz Trepanning

            แต่สำหรับประเทศไทยนั้น  เริ่มมีการผ่าตัดทางการแพทย์เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทยสมัยรัชกาลที่ 3  โดย หมอบรัดเลย์  แพทย์ชาวอเมริกัน  ซึ่งเรารู้จักกันกันดีในฐานะที่เป็นผู้เริ่มต้นการพิมพ์อักษรไทยในประเทศไทยเป็นครั้งแรก  ซึ่งนอกเหนือจากนี้แล้วหมอบรัดเลย์ยังเป็นผู้เริ่มต้นการผ่าตัดเป็นครั้งแรกขึ้นในประเทศไทยอีกด้วย 

            โดยเมื่อ วันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2378  หมอบรัดเลย์ได้ทำการผ่าตัดเอาก้อนเนื้องอกที่หน้าผากของผู้ป่วยรายหนึ่งออก  และทีสำคัญคือในสมัยนั้นยังไม่มีการใช้ยาสลบ  ซึ่งเป็นการผ่าตัดก่อนหน้าที่จะมีการนำเอาอีเทอร์มาใช้เป็นยาสลบในประเทศไทยถึง 13 ปี 

01

แดน บีช แบรดลีย์

             แม้การผ่าตัดในครั้งนั้นจะประสบความสำเร็จและเป็นการผ่าตัดครั้งแรกในประเทศไทยก็จริง  แต่การผ่าตัดครั้งนั้นนับว่าไม่ได้เป็นที่รู้จักกันมากนัก  เพราการผ่าตัดครั้งสำคัญที่ทำให้คนไทยได้รู้จักกับการแพทย์แผนปัจจุบันนั่นก็คือ  อุบัติเหตุในงานเฉลิมฉลองวัดประยูรวงศ์ศาวาส   ซึ่งเป็นงานใหญ่จึงได้มีการยืมเอาปืนใหญ่มาใช้เพื่อจุดไฟพะเนียง  โดยการเอาโคนกระบอกฝังลงดิน ให้ปลายชี้ขึ้น และอัดดินปืนเข้าไปให้แน่น  เพื่อจะได้กลายเป็นไปพะเนียงที่ยิ่งใหญ่  แต่แล้วพอจุดไฟ ปืนใหญ่ก็แตกออก เพราะอัดดินปืนไว้แน่น สะเก็ดกระบอกปืนปลิวว่อน  ทำให้คนที่อยู่ใกล้ตายทันที 8 คน และมีผู้บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก

            หมอบรัดเลย์และคณะแพทย์มิชชันนารีจึงเดินทางมาเพื่อรักษาผู้บาดเจ็บ  ซึ่งในเหตุการณ์นั้นได้มีพระภิกษุรูปหนึ่งได้รับบาดแผลฉกรรจ์  หมอบรัดเลย์จึงคิดเห็นว่าต้องตัดแขนและขาทิ้ง  ซึ่งคนไทยในสมัยนั้นยังไม่มีความรู้ทางการแพทย์แผนปัจจุบัน  จึงมีความเชื่อว่าหากถูกตัดอวัยวะแขนและขาทิ้งจะทำให้เสียชีวิต

03

            แต่พระภิกษุรูปนั้นได้ตัดสินใจให้หมอบรัดเลย์ทำการผ่าตัดแขนของตนทิ้ง  ทั้งที่ยังไม่มีการใช้ยาสลบและยาชา  ซึ่งการผ่าตัดครั้งนี้ได้มีผู้คนมาดูเหตุการณ์ด้วยความตื่นเต้นตกใจเป็นจำนวนมาก  ทางด้านหมอบรัดเลย์และคณะมิชชันนารีจึงต้องใช้สมาธิเป็นอย่างมากในการผ่าตัด  เพราะหากทำการผ่าตัดแล้วพระภิกษุเกิดเสียชีวิต  ก็จะทำให้ชาวบ้านหมดศรัทธาและไม่เชื่อถือในการแพทย์แผนปัจจุบัน

            แต่แล้วการผ่าตัดนั้นก็สำเร็จไปได้ด้วยดี  พระภิกษุรูปนั้นมีชีวิตรอดแม้จะต้องเสียแขนข้างหนึ่งไป  ทำให้หมอบรัดเลย์และคณะมิชชันนารีได้รับความยกย่องและนับถือจากคนไทยเป็นจำนวนมาก

02

            แม้ปัจจุบันเทคโนโลยีจะวิวัฒนาการก้าวหน้าไปมาก  ทำให้การผ่าตัดในวงการแพทย์สามารถทำได้อย่างสะดวกและปลอดภัยต่อผู้ป่วยมากยิ่งขึ้น  แต่เรายังคงต้องขอบคุณหมอบรัดเลย์  แพทย์ชาวอเมริกันคนนี้ที่นำเทคโนโลยีการผ่าตัดเข้ามาใช้เป็นคนแรกของประเทศไทย  ทำให้คนไทยรู้จักการผ่าตัดและการแพทย์แผนปัจจุบันมากยิ่งขึ้นค่ะ

 

 

อ้างอิง - http://storyofsiam.blogspot.com/ - http://th.wikipedia.org/wiki/แดน_บีช_บรัดเลย์ - http://wowboom.blogspot.com/2010/08/trepanning-skull.html

Comment

Comment:

Tweet